ทายาทนาฬิกาหรูแจงป.ป.ช.ครบแล้ว

เลขาธิการป.ป.ช. เผยสอบทายาทเจ้าของนาฬิกาหรูพล.อ.ประวิตรครบแล้ว แต่ยอมรับเสร็จไม่ทันเดือนนี้ พรุ่งนี้เปิดบัญชีทรัพย์สินอดีตผบ.ตร.

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีนาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบการเป็นเจ้าของนาฬิกาที่แท้จริง คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากนาฬิกาแต่ละเรือนมีหมายเลขกำกับ โดยเป็นการตรวจสอบกับตัวแทนจำหน่าย แต่อาจต้องใช้เวลาบ้างเนื่องมีนาฬิกากว่า 20 เรือน

“ส่วนการสอบพยานบุคคลบุคคลโดยเฉพาะทายาทเจ้าของนาฬิกาได้สอบสวนครบถ้วนแล้ว แต่จะสอบเพิ่มหรือไม่ต้องรอผลการชี้แจงของตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาอีกครั้งหนึ่งว่าจะต้องสอบสวนผู้ใดเพิ่มหรือไม่ ยืนยันว่าการดำเนินการไม่ได้ชะงัก แต่ต้องรอพยานหลักฐานจึงจะดำเนินการต่อได้ แต่ยอมรับว่าอาจเสร็จไม่ทันภายในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยอาจใช้เวลาอีก 2-3 เดือน” เลขาธิการป.ป.ช. กล่าว

ส่วนความคืบหน้าเรื่องเงินทอนวัดที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(ป.ป.ท.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งมาให้ตรวจสอบ นายวรวิทย์ กล่าวว่า อยู่ระหว่าการแสวงหาข้อเสร็จจริง โดยเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบสำนวน เอกสาร หลักฐาน แต่ไม่ระบุชัดว่าการส่งข้อมูลล่าสุด มีพระผู้ใหญ่เกี่ยวข้องการการทุจริตเงินทอนวัดเพิ่มขึ้นหรือไม่ จากเดิมที่ส่งมามีจำนวน 7 รูป

นายวรวิทย์ กล่าวถึงการดำเนินคดีกับนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ล่าสุดอัยการสั่งฟ้องคดีบ้านเอื้ออาทรแม้จะผ่านมา 12 ปีแล้ว ว่า ไม่ได้เป็นการเลือกปฎิบัติ ส่วนเรื่องการตรวจสอบเรื่องจริยธรรมนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.อยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริง

สำหรับคดีสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ เมื่อปี 2553 ที่มีการ้องขอให้ป.ป.ช.พิจารณาคดีใหม่ นายวรวิทย์ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาว่ามีข้อมูลหรือหลักฐานใหม่หรือไม่ อยู่ในข่ายที่ป.ป.ช.จะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ซึ่งคาดว่าภายในเดือนพฤษภาคมนี้เจ้าหน้าที่จะสามารถเสนอเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการป.ป.ช.พิจาณรณาได้ ส่วนการที่นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ขอดูสำนวนหลังจากป.ป.ช.ยกคำร้อง ว่าอยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่พิจารณาว่าเข้าเงื่อนไขระเบียบของ ป.ป.ช.หรือไม่

นายวรวิทย์ เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (11 พ.ค.) สำนักงาน ป.ป.ช.จะเปิดบัญชีทรัย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งจะมีบัญชีของพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) หลังพ้นตำแหน่งสนช. ว่า ทางป.ป.ช.ต้องตรวจดูเรื่องหนี้ 300 ล้านบาทว่าได้แสดงอยู่ในบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ ซึ่งหากพล.ต.อ.สมยศใช้หนี้ไปแล้วจะต้องปรากฎในส่วนของทรัพย์สินที่ลดลงไป ป.ป.ช.อาจไปดูย้อนหลังว่าได้นำเงินส่วนไหนไปชำระ หรือหากหนี้ยังอยู่ก็ต้องแจ้งในรายการทรัพย์สินและหนี้สินว่ามีหนี้ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากตัวเลขในบัญชีทรัพย์สินไม่สัมพันธ์กันป.ป.ช.ต้องตรวจสอบ.-สำนักข่าวไทย